ทำไมทีมที่ “กล้าพูดว่าไม่รู้” ถึงเรียนรู้เร็วกว่าทีมที่ดูเก่งตลอดเวลา
ทำไมบางทีมที่เต็มไปด้วยคนเก่ง กลับเรียนรู้ช้ากว่าทีมที่ดูธรรมดากว่า
คำตอบที่หลายคนเดาคือเรื่องความสามารถหรือทรัพยากร แต่งานวิจัยชิ้นสำคัญกลับชี้ไปที่สิ่งที่มองไม่เห็นอย่างหนึ่ง นั่นคือทีมที่เรียนรู้เร็ว มักเป็นทีมที่สมาชิก “กล้าพูดว่าไม่รู้” ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนมองว่าโง่หรือไม่เก่ง
สิ่งที่ Edmondson ค้นพบโดยบังเอิญ
Amy Edmondson นักวิจัยจาก Harvard เคยตั้งสมมติฐานว่าทีมพยาบาลที่ทำงานดีน่าจะทำ “ความผิดพลาดด้านยา” น้อยกว่าทีมที่ทำงานแย่ แต่ข้อมูลกลับพลิกความคาดหมาย ทีมที่ถูกประเมินว่าทำงานดีที่สุด กลับ “รายงาน” ความผิดพลาดมากกว่า เมื่อขุดลึกลงไปเธอพบว่าทีมเหล่านั้นไม่ได้พลาดมากกว่า แต่พวกเขา “พูดถึง” ความพลาดได้อย่างเปิดเผยมากกว่า เพราะบรรยากาศในทีมทำให้การยอมรับข้อผิดพลาดเป็นเรื่องปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
เธอเรียกสิ่งนี้ว่า “Psychological Safety” หรือความรู้สึกปลอดภัยทางใจ คือสภาพที่คนกล้าถามคำถาม กล้ายอมรับว่าไม่รู้ กล้าเสนอไอเดียที่ยังไม่สมบูรณ์ และกล้าท้วงติง โดยไม่ต้องกลัวผลลบต่อตัวเอง ต่อมาในปี 2012 Google ทำโครงการชื่อ Project Aristotle เพื่อหาว่าอะไรทำให้ทีมเวิร์ก และปัจจัยอันดับหนึ่งที่โผล่ขึ้นมา ก็คือความปลอดภัยทางใจนี้เอง เหนือกว่าความเก่งของสมาชิกเสียอีก
ความปลอดภัย ไม่เท่ากับความสบาย
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่า Psychological Safety แปลว่าทีมที่ใจดี ไม่วิจารณ์กัน และหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ความจริงเกือบตรงข้าม ทีมที่ปลอดภัยทางใจคือทีมที่ “เถียงกันเรื่องงานได้แรง” เพราะทุกคนมั่นใจว่าการเห็นต่างจะไม่ถูกตีความเป็นการโจมตีตัวบุคคล ความปลอดภัยจึงไม่ได้ลดมาตรฐาน แต่มันทำให้ทีมกล้าเผยข้อมูลที่ไม่สวยงามออกมาบนโต๊ะ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจและการเรียนรู้
ทีมที่ทุกคนแกล้งทำเป็นเก่งตลอดเวลา จึงเสียเปรียบอย่างเงียบ ๆ เพราะปัญหาถูกซ่อนไว้จนสาย ความไม่รู้ถูกปิดบังแทนที่จะถูกเติมเต็ม และบทเรียนจากความพลาดถูกกลบไว้ใต้ความกลัวเสียหน้า ทีมแบบนี้ดูเนียนกว่าในระยะสั้น แต่หยุดโตในระยะยาว
มันเริ่มจากวิธีคิดของหัวหน้า
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลับมาที่วิธีคิดคือ ความปลอดภัยทางใจไม่ได้เกิดจากการที่หัวหน้า “เป็นคนใจดี” แต่เกิดจากวิธีที่หัวหน้าตอบสนองต่อความไม่รู้และความพลาดของคนอื่น หัวหน้าที่ตอบคำถามงี่เง่าด้วยสีหน้ารำคาญเพียงครั้งเดียว ก็สอนทั้งทีมไปแล้วว่าการถามคือความเสี่ยง ในทางกลับกัน หัวหน้าที่ยอมพูดต่อหน้าทีมว่า “อันนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจ” กำลังส่งสัญญาณว่าการไม่รู้เป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังเรียนรู้
หัวหน้าที่อยากให้ทีมเก่งขึ้นจึงต้องคิดก่อนพูดว่า ปฏิกิริยาของตัวเองในวินาทีที่มีคนยอมรับว่าไม่รู้ กำลังสอนทีมว่าอะไรปลอดภัยและอะไรอันตราย เพราะทีมไม่ได้เรียนรู้จากสิ่งที่หัวหน้า “บอกให้ทำ” แต่เรียนจากสิ่งที่หัวหน้า “ทำเมื่อมีคนกล้าพูดความจริง” และทีมที่กล้าพูดว่าไม่รู้ ก็คือทีมที่กำลังจะได้รู้ก่อนคนอื่นเสมอ