“ทำตามนี้นะ” กับ “เรื่องนี้ให้เป็นของคุณ” ต่างกันตรงที่ใครเป็นคนได้ตัดสินใจ
“เดี๋ยวพี่ส่งไฟล์ให้ ทำตามนี้นะ มีอะไรถามได้ตลอด” เป็นประโยคที่ฟังดูใจดีมาก และหัวหน้าที่พูดประโยคนี้ก็ตั้งใจดีจริง ๆ
แต่ถ้าดูให้ลึกลงไป ประโยคนี้กำลังบอกว่าการตัดสินใจทั้งหมดยังอยู่ที่หัวหน้า สิ่งที่ถูกส่งต่อไปคือ “แรง” ไม่ใช่ “ความคิด” น้องได้งานเพิ่มมาหนึ่งชิ้น แต่ไม่ได้อะไรเพิ่มเลยในแง่ของการเติบโต
ความต่างระหว่างการมอบงานกับการมอบความรับผิดชอบ ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของงาน แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนตอบคำถามยาก ๆ ในระหว่างทาง
งานที่ไม่มีการตัดสินใจ คืองานที่ไม่สอนอะไร
คนเราไม่ได้เก่งขึ้นจากการทำสิ่งที่ยาก แต่เก่งขึ้นจากการต้องเลือกในสถานการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบชัด ๆ
ลองเทียบสองสถานการณ์ที่เนื้องานเหมือนกันเป๊ะ แบบแรกคือน้องได้รับโจทย์ว่าให้ทำรายงานสรุปผลแคมเปญ พร้อมเทมเพลตที่หัวหน้าเคยทำไว้ ตัวชี้วัดที่ต้องใส่ และข้อสรุปคร่าว ๆ ที่หัวหน้าเห็นแล้ว น้องทำเสร็จตรงเวลา งานออกมาดี และเขาได้ฝึกความละเอียดกับการใช้เครื่องมือ
แบบที่สองคือน้องได้รับโจทย์ว่าให้ตอบคำถามว่าแคมเปญนี้ควรทำต่อไหม จะใช้ตัวชี้วัดอะไรก็ได้ที่คิดว่าตอบคำถามนี้ได้ตรงที่สุด แล้วมาคุยกันว่าทำไมถึงเลือกแบบนั้น งานอาจออกมาไม่เนี้ยบเท่าแบบแรก แต่ระหว่างทางเขาต้องคิดว่าอะไรคือหลักฐานที่เพียงพอ ต้องตัดสินใจว่าจะให้น้ำหนักตัวเลขไหน และต้องอธิบายเหตุผลของตัวเองให้คนอื่นฟัง
แบบแรกทำให้งานเสร็จ แบบที่สองทำให้คนโต และหัวหน้าส่วนใหญ่เลือกแบบแรกมาตลอด ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะแบบแรกเร็วกว่าและปลอดภัยกว่าในสัปดาห์นี้
ความรับผิดชอบที่ไม่มีอำนาจ คือกับดัก
มีอีกด้านหนึ่งที่ต้องระวัง คือการบอกว่า “เรื่องนี้ให้เป็นของคุณ” แล้วยังคอยแก้ทุกการตัดสินใจของเขาอยู่ดี
น้องที่ถูกบอกว่ารับผิดชอบโปรเจกต์ แต่ต้องขออนุมัติทุกก้าว และทุกครั้งที่เสนอมาก็ถูกเปลี่ยนเป็นแบบที่หัวหน้าคิดไว้แต่แรก จะเรียนรู้อย่างเดียวคือ “คิดไปก็เท่านั้น” ผลลัพธ์คือเขาจะหยุดคิดแล้วมาถามหัวหน้าตั้งแต่ต้นเพื่อประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีเหตุผลมากในระบบแบบนั้น
หัวใจจึงไม่ได้อยู่ที่การพูดคำว่ามอบหมาย แต่อยู่ที่การตกลงกันให้ชัดว่าเรื่องไหนเขาตัดสินใจได้เองแล้วมาบอกทีหลัง เรื่องไหนต้องคุยกันก่อน และเรื่องไหนที่หัวหน้ายังต้องเป็นคนเคาะ การขีดเส้นนี้ให้ชัดตั้งแต่แรก มีค่ากับการพัฒนาคนมากกว่าการส่งเขาไปอบรมสามวัน
สิ่งที่หัวหน้าต้องเปลี่ยนในหัวก่อน
การมอบความรับผิดชอบเรียกร้องอย่างหนึ่งจากหัวหน้าที่หลายคนไม่พร้อมจ่าย นั่นคือการยอมให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เหมือนที่ตัวเองจะทำ
ถ้าเกณฑ์ในใจของเราคือ “เหมือนที่พี่ทำหรือเปล่า” เราจะไม่มีวันมอบอะไรได้จริง เพราะทุกความแตกต่างจะถูกอ่านว่าเป็นความผิดพลาด เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงกว่าคือ “เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของเขาฟังขึ้นไหม” ซึ่งเป็นคำถามคนละแบบกันโดยสิ้นเชิง
คำถามแรกประเมินผลงาน คำถามที่สองประเมินวิธีคิด และการพัฒนาคนเกิดขึ้นตรงคำถามที่สองเท่านั้น เพราะผลงานชิ้นนี้จบไปแล้ว แต่วิธีคิดจะติดตัวเขาไปอีกร้อยชิ้นข้างหน้า
เวลารีวิวงานที่มอบไป ลองเปลี่ยนคำถามแรกที่ถามจาก “ทำไมถึงออกมาแบบนี้” เป็น “ตอนนั้นชั่งน้ำหนักอะไรอยู่บ้าง” คำถามแรกทำให้เขาแก้ตัว คำถามที่สองทำให้เขาทบทวนกระบวนการคิดของตัวเอง และเผยให้เราเห็นว่าเขาติดตรงไหนจริง ๆ
ปิดท้าย
การพัฒนาคนไม่ได้ต้องการเวลาเพิ่ม มันต้องการการยอมสละบางอย่างที่หัวหน้าถือไว้อยู่แล้ว นั่นคือสิทธิ์ในการเป็นคนตัดสินใจแทนทุกเรื่อง
สัปดาห์นี้ลองเลือกงานหนึ่งชิ้นที่คุณกำลังจะบอกวิธีทำ แล้วเปลี่ยนเป็นบอกแค่ผลลัพธ์ที่ต้องการกับข้อจำกัดที่มี จากนั้นถามตัวเองว่าถ้าเขาเลือกทางที่คุณไม่ได้คิดไว้ คุณจะทนดูมันเดินต่อได้นานแค่ไหน คำตอบของคำถามนั้น คือเพดานการเติบโตของทีมคุณในตอนนี้