dots.academyทักษะเพื่อทำงานได้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
คลังบทความว่าด้วยการคิดและทักษะสำคัญของคนทำงาน
← กลับหน้ารวมบทความ
การคิด & การตัดสินใจ13 ก.ย. 2569

ปีนี้คุณตัดสินใจมาเป็นร้อยครั้ง แล้วได้เรียนรู้จากมันสักกี่ครั้ง?

คนทำงานคนหนึ่งตัดสินใจเรื่องที่มีผลจริงกี่ครั้งต่อปี รับคนเข้าทีม เลือกเอเจนซี่ ตัดฟีเจอร์ออกจากแผน เลื่อนโปรเจกต์ ยอมรับดีลที่เงื่อนไขไม่สวยแต่จำเป็น ถ้ารวมเรื่องขนาดกลางเข้าไปด้วย ตัวเลขนี้เป็นหลักร้อยสบาย ๆ

คำถามที่ตามมาคือ จากร้อยครั้งนั้น เราได้เรียนรู้อะไรกลับมากี่ครั้ง

คำตอบของคนส่วนใหญ่คือ “ก็เรียนรู้เรื่อย ๆ นะ” ซึ่งแปลว่าแทบไม่ได้เลย ไม่ใช่เพราะเราไม่ทบทวน แต่เพราะสิ่งที่เราใช้ทบทวนคือความทรงจำ และความทรงจำเรื่องการตัดสินใจเป็นของที่เชื่อถือไม่ได้เป็นพิเศษ

เรารู้ผลแล้วค่อยกลับไปแก้เหตุผล

ทันทีที่ผลลัพธ์ออกมา สมองของเราจะเริ่มจัดระเบียบเรื่องราวใหม่ให้มันสมเหตุสมผล ถ้าผลออกมาดี เราจะจำได้ว่าตอนนั้นเราเห็นสัญญาณบางอย่างที่คนอื่นไม่เห็น ถ้าผลออกมาแย่ เราจะจำได้ว่าจริง ๆ ก็ลังเลอยู่แล้ว แต่โดนกดดันให้รีบตัดสินใจ

ทั้งสองแบบอาจจริงหรือไม่จริงก็ได้ ประเด็นคือเราไม่มีทางรู้ เพราะไม่มีใครเก็บบันทึกไว้ว่าตอนนั้นเราคิดอะไรจริง ๆ เรากำลังตรวจข้อสอบโดยใช้เฉลยที่เขียนขึ้นหลังรู้คะแนนแล้ว

ผลที่ตามมาคือบทเรียนที่ได้มักเป็นบทเรียนปลอม คนที่เลือกผู้สมัครผิดคนแล้วผลออกมาไม่ดี มักสรุปว่า “ต่อไปอย่าเชื่อคนที่สัมภาษณ์เก่ง” ทั้งที่ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุผลจริงตอนนั้น เขาอาจจะเลือกเพราะเหตุผลเรื่องเวลาที่บีบ ไม่ใช่เพราะประทับใจการสัมภาษณ์เลยก็ได้ บทเรียนที่ผิดจุดแบบนี้แพงกว่าการไม่ได้บทเรียนเลย เพราะมันจะไปกำหนดการตัดสินใจครั้งหน้าด้วยความมั่นใจเต็มร้อย

บันทึกการตัดสินใจ: เครื่องมือที่ไม่เท่ไม่หวือหวา แต่ทำงานจริง

วงการลงทุนและวงการที่ต้องตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนใช้วิธีเดียวกันมานาน คือจดสิ่งที่คิดไว้ ณ วันที่ตัดสินใจ ก่อนที่จะรู้ผล แล้วกลับมาเปิดอ่านเมื่อผลออก

สิ่งที่ต้องจดไม่ใช่ว่า “ตัดสินใจอะไร” เพราะอันนั้นเราจำได้อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องจดคือของที่หายไปเร็วที่สุด ได้แก่ เราคาดว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราคาดด้วยความมั่นใจประมาณเท่าไหร่ ข้อมูลอะไรที่เรามีและอะไรที่เรายังไม่มีแต่ตัดสินใจไปก่อน ทางเลือกอื่นที่เราตัดทิ้งคืออะไรและตัดเพราะอะไร และสภาพของเราตอนนั้นเป็นยังไง รีบไหม เหนื่อยไหม มีใครกดดันอยู่หรือเปล่า

ห้าบรรทัดนี้ใช้เวลาสามนาที และมันคือความต่างระหว่างการมีข้อมูลกับการมีแค่ความรู้สึก

อ่านย้อนแล้วถามให้ถูกคำถาม

จุดที่หลายคนพลาดคือตอนกลับมาอ่าน แล้วถามว่า “ตัดสินใจถูกไหม” คำถามนี้ตอบยากและมักตอบด้วยผลลัพธ์ ซึ่งพาเรากลับไปที่ปัญหาเดิม

คำถามที่ให้ของมากกว่าคือ เหตุผลที่เขียนไว้ตอนนั้น ตอนนี้ยังฟังขึ้นอยู่ไหมถ้าตัดผลลัพธ์ออก สิ่งที่เราคาดไว้เกิดขึ้นจริงกี่ข้อ ข้อมูลที่เราบอกว่าไม่มีตอนนั้น จริง ๆ แล้วหาได้ไหมถ้าเราลงแรงอีกนิด และมีแพตเทิร์นอะไรซ้ำ ๆ ในช่องสุดท้ายที่เราจดสภาพตัวเองไว้หรือเปล่า

ข้อสุดท้ายมักให้ผลเร็วที่สุด หลายคนที่เริ่มจดจะพบว่าการตัดสินใจที่ตัวเองไม่พอใจย้อนหลัง มักเกิดในบ่ายวันที่ประชุมติดกันทั้งวัน หรือในสัปดาห์ที่มีเรื่องค้างอยู่หลายอย่าง นั่นไม่ใช่ปัญหาเรื่องวิจารณญาณ แต่เป็นปัญหาเรื่องการจัดตารางที่ไปปรากฏตัวเป็นเรื่องวิจารณญาณ

ทำไมเรื่องนี้โยงกลับมาที่วิธีคิด

ประสบการณ์ไม่ได้สอนเราโดยอัตโนมัติ มันสอนเฉพาะเมื่อมีการตอบกลับที่เชื่อถือได้ นักเทนนิสเก่งขึ้นเพราะเห็นทันทีว่าลูกลงหรือออก ส่วนคนทำงานความรู้แทบไม่มีการตอบกลับแบบนั้น ผลลัพธ์มาช้า มีปัจจัยอื่นปนเยอะ และมาถึงตอนที่เราจำไม่ได้แล้วว่าเราคิดยังไง

บันทึกการตัดสินใจคือการสร้างการตอบกลับที่หายไปนั้นขึ้นมาเอง มันไม่ได้ทำให้เราตัดสินใจถูกขึ้นในวันนี้ แต่มันทำให้ทุกการตัดสินใจในปีนี้กลายเป็นข้อมูลของปีหน้า แทนที่จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่เราแต่งให้ตัวเองฟังทีหลัง

ถ้าจะลองสักอย่าง เลือกการตัดสินใจที่ค้างอยู่ในมือตอนนี้สักเรื่อง แล้วเขียนห้าบรรทัดนั้นไว้ก่อนกดตกลง อีกสามเดือนคุณจะมีสิ่งที่ตอนนี้ยังไม่มี นั่นคือหลักฐานว่าตัวเองคิดยังไงจริง ๆ