การพัฒนาคนไม่ได้วัดที่เราช่วยน้องมากแค่ไหน แต่วัดที่เรา “ถอดนั่งร้าน” ออกเป็นหรือเปล่า
หัวหน้าที่ช่วยน้องเยอะที่สุด ไม่ใช่หัวหน้าที่พัฒนาคนได้ดีที่สุด และหัวหน้าที่ปล่อยให้น้องลุยเองทั้งหมดก็ไม่ใช่เหมือนกัน คนที่พัฒนาทีมได้จริงมักอยู่ตรงกลาง แต่ความเป็นตรงกลางนี้ไม่ใช่การช่วยครึ่งหนึ่ง มันคือการช่วยเต็มที่ในช่วงแรก แล้วถอยออกมาอย่างตั้งใจในจังหวะที่ถูก
แนวคิดเรื่องการให้งานที่ใหญ่เกินตัวนิดหน่อยเป็นเครื่องมือพัฒนาคน ถูกพูดถึงกันมานาน และงานวิจัยด้านการพัฒนาผู้นำก็ชี้ไปทางเดียวกันว่าคนเติบโตจากงานหน้างานมากกว่าจากห้องอบรม แต่สิ่งที่มักถูกเล่าไม่ครบคือเงื่อนไขที่ทำให้มันได้ผล งานที่ยากเกินตัวโดยไม่มีโครงค้ำยันไม่ได้สร้างการเติบโต มันสร้างความกังวลและงานที่ออกมาไม่ดี ซึ่งจบลงด้วยการที่หัวหน้าสรุปว่า “ยังไม่พร้อม” แล้วดึงงานกลับมาทำเอง
นั่งร้านที่ควรมี และควรหายไป
ถ้ายืมภาพจากงานก่อสร้าง นั่งร้านไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตัวอาคาร มันคือโครงชั่วคราวที่ช่วยให้สร้างอาคารได้ และจะถูกรื้อออกเมื่ออาคารยืนเองได้ ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการพัฒนาคนคือหัวหน้าสร้างนั่งร้านไว้แล้วลืมรื้อ หรือไม่ก็ไม่เคยสร้างมันเลยตั้งแต่แรก
นั่งร้านในบริบทของทีมมีหลายรูปแบบ อาจเป็นการนั่งดูวิธีทำงานด้วยกันในครั้งแรก การให้เทมเพลตหรือตัวอย่างงานที่ผ่านมา การนัดคุยสั้น ๆ ทุกสัปดาห์ในเดือนแรก หรือการบอกล่วงหน้าว่าจุดไหนของงานนี้ที่คนมักพลาด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้น้องอ่อนแอลง มันทำให้เขากล้ารับงานที่ใหญ่กว่าตัวเอง
ที่ต้องระวังคือนั่งร้านทุกชิ้นมีวันหมดอายุของมัน การนัดคุยทุกสัปดาห์ที่เคยช่วยได้มากในเดือนแรก พอเข้าเดือนที่หกมันกลายเป็นการตรวจงานที่ทำให้น้องรอคำยืนยันจากเราก่อนขยับทุกครั้ง โครงที่เคยค้ำจึงกลายเป็นโครงที่กด
ถอดทีละชั้น ไม่ใช่ถอดทีเดียว
การถอดนั่งร้านที่ได้ผลมักเป็นการลดทีละชั้นอย่างมีลำดับ เริ่มจากเลิกให้คำตอบ เปลี่ยนเป็นให้ตัวเลือกสองทางแล้วให้เขาเลือก จากนั้นเลิกให้ตัวเลือก เปลี่ยนเป็นถามว่าเขาคิดไว้แบบไหนแล้วเราช่วยตรวจเหตุผล และท้ายที่สุดคือเลิกตรวจก่อน เปลี่ยนเป็นให้เขาตัดสินใจไปเลยแล้วมาเล่าให้ฟังทีหลัง
สังเกตว่าทุกชั้นที่ถอดออก สิ่งที่โอนย้ายไปหาน้องไม่ใช่ปริมาณงาน แต่คือ “การตัดสินใจ” และนั่นคือหัวใจของการพัฒนาคนที่โยงกลับมาที่วิธีคิด เพราะคนจะคิดเป็นก็ต่อเมื่อเขาต้องรับผลของการคิดนั้นจริง ตราบใดที่หัวหน้ายังเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายทุกครั้ง น้องจะเก่งขึ้นเรื่องการทำตาม แต่ไม่ได้เก่งขึ้นเรื่องการคิด
คำถามที่ใช้ตรวจสอบตัวเองได้ดีคือ เดือนนี้เราถอดอะไรออกจากน้องคนนี้ไปบ้าง ถ้าคำตอบคือไม่มีเลยมาสามเดือนแล้ว ความสัมพันธ์ในการทำงานของเรากับเขาอาจนิ่งอยู่ที่เดิม แม้ว่างานจะเดินไปข้างหน้าก็ตาม
ความไม่สบายใจตอนถอย คืออาการปกติ
ช่วงที่ถอดนั่งร้านออกใหม่ ๆ คุณภาพงานมักลดลงเล็กน้อยเสมอ นี่คือจุดที่หัวหน้าส่วนใหญ่ใจไม่แข็งพอ แล้วรีบเอานั่งร้านกลับเข้าไปใหม่ ทั้งที่การลดลงชั่วคราวนั้นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้เขาได้ลองยืนเอง
สิ่งที่ช่วยได้คือการตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าครั้งนี้เราจะไม่เข้าไปช่วยตรงไหน และตกลงว่าความผิดพลาดระดับไหนที่ยอมรับได้ในงานชิ้นนี้ การคุยแบบนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่านี่คือการถอยที่ตั้งใจ ไม่ใช่การปล่อยปละ
ถ้าถามว่าเราพัฒนาคนสำเร็จหรือยัง คำตอบไม่ได้อยู่ที่เขาทำงานได้ดีแค่ไหนตอนที่เราอยู่ด้วย แต่อยู่ที่ว่าเขาตัดสินใจได้ดีแค่ไหนในวันที่เราไม่ได้อยู่ตรงนั้น