dots.academyทักษะเพื่อทำงานได้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
คลังบทความว่าด้วยการคิดและทักษะสำคัญของคนทำงาน
← กลับหน้ารวมบทความ
การทำงานในยุค AI19 ก.ย. 2569

“ลองเช็คกับ AI ดูแล้ว” คนที่ยังคิดเองต่อ ไม่ใช่คนที่เชื่อ AI น้อย แต่คือคนที่เชื่อในวิจารณญาณตัวเองมากพอ

“ลองเช็คกับ AI ดูแล้ว” กลายเป็นประโยคที่ได้ยินในที่ประชุมบ่อยพอ ๆ กับ “ลองเช็คกับฝ่ายบัญชีดูแล้ว” เมื่อสองปีก่อน และมันทำหน้าที่คล้ายกันคือปิดคำถาม

คำแนะนำที่เราได้ยินซ้ำ ๆ ในเรื่องนี้คือ “อย่าเชื่อ AI ทั้งหมด” ซึ่งถูก แต่แทบไม่เปลี่ยนพฤติกรรมใครเลย เพราะไม่มีใครเดินเข้าห้องประชุมพร้อมความตั้งใจว่าวันนี้จะเชื่ออะไรก็ตามที่แชตบอตบอก เราทุกคนคิดว่าตัวเองใช้อย่างมีวิจารณญาณอยู่แล้ว

มีงานวิจัยที่ศึกษาคนทำงานสายความรู้กว่าสามร้อยคนเกี่ยวกับการใช้ generative AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์) ในงานจริง และมันเจอสิ่งที่น่าคิดกว่าคำเตือนทั่วไปมาก คนที่มีความเชื่อมั่นใน AI สูง รายงานว่าตัวเองใช้ความคิดเชิงวิพากษ์น้อยลงเวลาทำงานกับมัน ซึ่งพอเดาได้ แต่ข้อค้นพบอีกด้านคือคนที่มีความมั่นใจใน “ความเชี่ยวชาญของตัวเอง” สูง กลับใช้ความคิดเชิงวิพากษ์มากขึ้น แม้จะใช้เครื่องมือเดียวกัน

พูดอีกแบบคือ ตัวแปรที่ตัดสินไม่ได้มีตัวเดียว มันมีสองตัวที่ถ่วงกันอยู่ และเราพยายามแก้ปัญหาด้วยการกดตัวแรกอย่างเดียวมาตลอด

ความต่างนี้สำคัญเพราะมันเปลี่ยนวิธีรับมือไปคนละทางเลย ถ้าเราคิดว่าปัญหาคือ “เชื่อ AI มากไป” ทางแก้ก็จะออกมาในรูปของการเตือน การตั้งกฎ การบอกให้ระแวงไว้ก่อน ซึ่งสร้างได้แค่ความลังเล ไม่ได้สร้างการตรวจสอบที่มีคุณภาพ คนที่ระแวงแต่ไม่มีฐานความรู้ ก็ได้แค่รู้สึกไม่สบายใจแล้วก็กดผ่านไปอยู่ดี

แต่ถ้าเรามองว่าปัญหาคือ “ความมั่นใจในวิจารณญาณของตัวเองที่บางเกินไป” ทางแก้จะเปลี่ยนเป็นคนละเรื่อง มันกลายเป็นเรื่องของการรู้จริงในสิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบมากพอจะเห็นว่าอะไรผิดปกติ คนที่ทำงานการเงินมาสิบปีจะรู้สึกสะดุดทันทีเมื่อเห็นตัวเลขที่หน้าตาดูดีแต่ไม่สมเหตุสมผล ไม่ใช่เพราะเขาระแวงเครื่องมือ แต่เพราะเขามีภาพในหัวว่าตัวเลขชุดนี้ควรอยู่ในย่านไหน ความรู้สึกสะดุดแบบนั้นไม่ได้มาจากทัศนคติ มันมาจากความเชี่ยวชาญ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่คำถามสำคัญของคนทำงานยุคนี้ ไม่ใช่ “จะใช้ AI ยังไงให้เก่ง” แต่คือ “ในงานของฉัน มีเรื่องอะไรบ้างที่ฉันต้องรู้ลึกพอจะจับผิดมันได้”

เพราะคำตอบของคำถามนี้จะบอกว่าจุดไหนที่เรายอมให้เร็วได้ และจุดไหนที่เรายอมไม่ได้ ไม่มีใครรู้ลึกทุกเรื่อง และก็ไม่จำเป็นต้องรู้ แต่คนที่ตอบไม่ได้เลยสักข้อ คือคนที่มอบการตัดสินทั้งหมดให้เครื่องมือไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

วิธีเริ่มที่ง่ายที่สุดคือลองเขียนขอบเขตของตัวเองออกมาสามวง วงในสุดคือเรื่องที่เรารู้ลึกจนอธิบายเหตุผลเบื้องหลังได้ วงกลางคือเรื่องที่เราพอรู้แต่ต้องเช็ค และวงนอกคือเรื่องที่เราไม่รู้จริง ๆ จากนั้นดูว่างานที่เราส่งให้ AI ทำในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตกอยู่ในวงไหนมากที่สุด ถ้าส่วนใหญ่ตกอยู่ในวงนอก งานนั้นเร็วขึ้นจริง แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่ามันถูกหรือเปล่า และเราก็ไม่ได้เก่งขึ้นจากมันด้วย

ที่ต้องระวังอีกอย่างคือความมั่นใจในตัวเองที่ว่านี้ต้องเป็นของจริง ไม่ใช่ความรู้สึกว่าตัวเองเก่ง คนที่คิดว่าตัวเองรู้ทั้งที่ไม่รู้ จะจับผิดไม่ได้เหมือนกัน แถมยังเถียงเสียงดังกว่าอีก เส้นแบ่งอยู่ตรงที่เราอธิบายได้ไหมว่าทำไมสิ่งนี้ถึงถูก ไม่ใช่แค่รู้สึกว่ามันถูก

สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ AI มากอย่างที่คิด มันคือเรื่องเดิมที่เราเจอมาตลอด คือเราจะไว้ใจแหล่งข้อมูลที่เร็วและสะดวกได้แค่ไหน โดยไม่ยกความรับผิดชอบในการตัดสินใจให้มันไปด้วย

และคำตอบก็ยังเป็นคำตอบเดิม คือไว้ใจได้มากเท่าที่เรายังตรวจสอบมันเป็น