dots.academyทักษะเพื่อทำงานได้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
คลังบทความว่าด้วยการคิดและทักษะสำคัญของคนทำงาน
← กลับหน้ารวมบทความ
การบริหารคน & ภาวะผู้นำ19 ต.ค. 2569

ผู้บริหาร 77% เชื่อว่าหัวหน้าพร้อมคุยเรื่อง AI กับทีม แต่หัวหน้าเองรู้สึกพร้อมแค่ 34%

ถ้าถามผู้บริหารว่าหัวหน้าทีมพร้อมไหมที่จะคุยกับลูกทีมเรื่องการใช้ AI ในงาน 77% ตอบว่าพร้อม แต่ถ้าถามหัวหน้าทีมเอง มีเพียง 34% ที่บอกว่ารู้สึกพร้อม และถ้าไปถามคนที่ไม่ได้เป็นหัวหน้า ซึ่งเป็นผู้รับบทสนทนานั้นโดยตรง 91% บอกว่าหัวหน้ายังไม่พร้อมจะคุยเรื่องความสามารถด้าน AI อย่างมีความหมาย

ตัวเลขเหล่านี้มาจาก The 2026 State of Learning for AI Fluency Report ที่ Acorn บริษัทแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในแคนาดาเป็นผู้ว่าจ้างสำรวจ เก็บข้อมูลจากคนทำงาน 1,224 คน ในองค์กรขนาด 1,000 คนขึ้นไปในสหรัฐฯ แคนาดา และออสเตรเลีย เมื่อเดือนเมษายน 2026 ควรอ่านโดยตระหนักว่าผู้ทำสำรวจเป็นผู้ให้บริการในแวดวงเดียวกัน แต่ช่องว่างสามระดับที่เห็นนั้นน่าคิดต่อ

ช่องว่างนี้ไม่ได้บอกว่าหัวหน้าไม่เก่ง แต่บอกว่าเรากำลังวัดความพร้อมผิดอย่าง

เมื่อพูดถึงความพร้อมในการพัฒนาคนเรื่อง AI คนส่วนใหญ่จะนึกถึงความรู้ด้านเครื่องมือ ใครรู้จัก prompt ดีกว่ากัน ใช้โมเดลตัวไหนเป็น ถ้านิยามแบบนี้ หัวหน้าที่อายุงานเยอะอาจเสียเปรียบลูกทีมรุ่นใหม่ที่เล่นเครื่องมือเก่งกว่า และไม่แปลกที่หัวหน้าจะรู้สึกไม่พร้อม

แต่ลองย้อนไปที่กรอบ 70-20-10 ซึ่งบอกว่าคนโตจากงานหน้างานเป็นหลัก จากคนรอบตัวและหัวหน้าราว 20% และจากการเรียนในห้องราว 10% ส่วนที่เป็นของหัวหน้าไม่เคยเป็นเรื่องของการรู้เครื่องมือมากกว่าลูกทีม แต่เป็นเรื่องของการช่วยให้เขา “คิดเกี่ยวกับงานของตัวเอง” ได้ชัดขึ้น เมื่อ AI เข้ามาอยู่ในงาน บทบาทนี้ไม่ได้หายไป มันแค่เปลี่ยนวัตถุดิบที่ใช้คุย

หัวหน้าไม่ต้องรู้คำตอบเรื่อง AI แต่ต้องถามให้ลูกทีมเห็นการใช้งานของตัวเองได้

ลองเทียบสองบทสนทนา แบบแรก หัวหน้าถามว่า “ช่วงนี้ใช้ AI อยู่ไหม เป็นยังไงบ้าง” ลูกทีมตอบว่า “ใช้อยู่ครับ ช่วยได้เยอะ” จบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อ แบบที่สอง หัวหน้าถามว่า “ครั้งล่าสุดที่ AI ช่วยงานคุณ ส่วนไหนที่คุณคิดเองก่อน และส่วนไหนที่ปล่อยให้มันคิด” ตามด้วย “มีตรงไหนที่คุณแก้ผลลัพธ์ของมัน เพราะอะไร” และ “ถ้าพรุ่งนี้ AI ใช้ไม่ได้ งานชิ้นนี้ส่วนไหนที่ยังทำได้”

บทสนทนาแบบที่สองไม่ต้องใช้ความรู้เรื่องโมเดลสักบรรทัด แต่ดึงให้ลูกทีมมองเห็นสิ่งที่ปกติไม่ได้มอง คือเส้นแบ่งระหว่างงานที่เขาคิดเองกับงานที่เขารับผลลัพธ์มา ซึ่งเป็นพื้นฐานของทักษะวิจารณญาณที่องค์กรทุกแห่งอยากให้ลูกทีมมีในยุคนี้ และเป็นการโค้ชด้วยการชวนคิด ไม่ใช่การยื่นคำตอบ

ทักษะที่ต้องฝึกคือถามเป็นจังหวะ ไม่ใช่ตามให้ทันเครื่องมือ

หัวหน้าที่รู้สึกไม่พร้อมเรื่อง AI อาจเริ่มได้จากสามอย่างเล็ก ๆ อย่างแรก นัดคุยตัวต่อตัวโดยตั้งหัวข้อว่า “งานชิ้นล่าสุดที่ใช้ AI ช่วย” แล้วให้ลูกทีมเล่าขั้นตอนจริง อย่างที่สอง ถามหาจุดที่เขาไม่แน่ใจกับผลลัพธ์ แทนที่จะถามหาว่ามันช่วยได้เท่าไหร่ อย่างที่สาม แลกเปลี่ยนวิธีที่ตัวเองใช้ หรือยอมรับตรง ๆ ว่ายังลองไม่ถึงตรงนั้น ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ลูกทีมกล้าพูดเรื่องที่ตัวเองยังไม่มั่นใจ

ตัวเลข 91% ไม่ได้แปลว่าลูกทีมคาดหวังหัวหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ AI เขาแค่อยากได้บทสนทนาที่มีความหมายเกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ทุกวัน และบทสนทนาแบบนั้นเริ่มได้ด้วยคำถามที่ดีไม่กี่ข้อ

คำถามที่น่าเอาไปคิดต่อคือ ถ้าลูกทีมถูกถามว่าหัวหน้าเคยช่วยให้เขาคิดเรื่อง AI ชัดขึ้นหรือไม่ เขาจะตอบว่าอะไร และเรากล้าฟังคำตอบนั้นแค่ไหน