dots.academyทักษะเพื่อทำงานได้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
คลังบทความว่าด้วยการคิดและทักษะสำคัญของคนทำงาน
← กลับหน้ารวมบทความ
การพัฒนาตัวเอง & การเรียนรู้24 ต.ค. 2569

“เดี๋ยวขอเริ่มวันจันทร์” อาจไม่ใช่ข้ออ้าง: ทำไมวันที่มี “หมุดหมาย” ถึงทำให้คนลงมือได้จริง และเราใช้มันได้อย่างไร

“ขอเริ่มวันจันทร์” “ขอรอให้ผ่านสิ้นเดือนไปก่อน” “ปีหน้าค่อยเริ่มจริงจัง” ประโยคเหล่านี้ถูกใช้เป็นมุกล้อกันมานาน เพราะถูกมองว่าเป็นข้ออ้างของคนที่ไม่อยากเริ่ม

แต่งานวิจัยจาก Wharton ชวนให้มองต่างออกไป Hengchen Dai, Katherine Milkman และ Jason Riis ตรวจสอบข้อมูลจริงสามชุดแล้วพบว่า วันที่ดูเหมือนเป็นหมุดหมายของเวลา ทำให้คนลงมือทำเรื่องที่ตั้งใจไว้มากขึ้นจริง ๆ

ข้อมูลชุดแรกคือยอดค้นหาคำว่า “diet” บน Google ตลอดเกือบเก้าปี ยอดเพิ่มขึ้นราว 14% ที่ต้นสัปดาห์ เกือบ 4% ที่ต้นเดือน และกว่า 82% ที่ต้นปี ชุดที่สองคือบันทึกการเข้ายิมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราว 11,900 คน ความน่าจะเป็นที่จะไปยิมเพิ่มขึ้นราว 33% ที่ต้นสัปดาห์ และราว 47% ที่ต้นภาคการศึกษา ชุดที่สามคือสัญญาตั้งเป้าหมายบนเว็บไซต์ stickK ราว 66,000 ฉบับ ที่ถูกสร้างมากขึ้นราว 63% ในต้นสัปดาห์ และกว่า 145% ในต้นปี

ที่น่าสนใจคือผลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่กับเรื่องสุขภาพ เป้าหมายที่ไม่เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก เช่น การเขียนหนังสือหรือการเลิกนิสัยบางอย่าง ก็เพิ่มขึ้นที่หมุดหมายเหล่านี้เช่นกัน

หมุดหมายของเวลาไม่ได้ให้พลังวิเศษ มันให้ความรู้สึกว่าเรื่องเก่าถูกปิดไปแล้ว

ผู้วิจัยอธิบายว่ากลไกคือ “การแยกตัวทางความรู้สึก” วันที่เป็นหมุดหมายช่วยให้เรารู้สึกว่าตัวเองที่ล้มเหลวเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นอีกคนหนึ่ง และคนใหม่ที่ยืนอยู่ตอนนี้ยังไม่เคยพลาด นอกจากนั้น หมุดหมายยังดึงเราออกจากรายละเอียดของงานประจำวัน ให้เงยหน้ามองภาพใหญ่ว่าชีวิตกำลังไปทางไหน

ต้องมีข้อควรระวังที่ผู้วิจัยบอกเองด้วย คือข้อมูลเหล่านี้เป็นการสังเกตจากข้อมูลจริง ไม่ใช่การทดลองควบคุมเต็มรูปแบบ และแรงส่งจากหมุดหมายอาจอยู่ได้ไม่นาน แต่สำหรับเป้าหมายหลายแบบ แรงส่งแค่ช่วงสั้น ๆ ก็พอจะผ่านด่านที่ยากที่สุดคือการเริ่ม

ปัญหาคือการรอหมุดหมายที่คนอื่นกำหนด แล้วปล่อยให้ระหว่างนั้นเป็นช่วงที่เราไม่ทำอะไรเลย

การรอวันจันทร์มีต้นทุนแอบแฝงถ้าเกิดขึ้นทุกครั้ง เพราะวันอังคารถึงอาทิตย์กลายเป็นเขตปลอดการพัฒนาตัวเองไปโดยปริยาย และถ้าหมุดหมายที่รอคือต้นปี ก็แปลว่าเรามีโอกาสเริ่มจริงจังได้ปีละครั้งเท่านั้น

ทางออกที่ผู้วิจัยแนะนำคือสร้างหมุดหมายของตัวเองขึ้นมา โดยไม่ต้องรอปฏิทิน ตัวอย่างเช่น วันแรกที่เปลี่ยนทีม วันที่ย้ายโต๊ะ วันที่เพิ่งจบโปรเจกต์ใหญ่ หรือวันที่ครบสามเดือนในตำแหน่งใหม่ ทั้งหมดนี้เป็นหมุดหมายทางชีวิตที่มีแรงเท่าวันจันทร์ ถ้าเราตั้งใจใช้มัน

เดือนตุลาคมเองก็เป็นหมุดหมายที่ใช้ได้ดีสำหรับคนทำงานหลายคน เพราะเป็นต้นไตรมาสสุดท้ายของปี ช่วงที่ถ้าไม่เริ่มอะไรตอนนี้ ก็ไปเริ่มต้นปีหน้าซึ่งไกลเกินกว่าที่ความตั้งใจจะรอไหว

หมุดหมายช่วยแค่ให้เริ่ม ส่วนการไปต่อต้องมีแผนที่คิดไว้ก่อนวันนั้นมาถึง

ข้อควรจำคือหมุดหมายเป็นแค่แรงส่งตอนเริ่ม ไม่ใช่เครื่องยนต์ระยะยาว คนที่ใช้มันได้ผลจึงมักตอบสามข้อก่อนถึงวันนั้น คือจะเริ่มทำอะไรที่เล็กพอจะทำได้จริงในวันแรก จะทำเมื่อไรและที่ไหน และจะรู้ได้อย่างไรว่าสัปดาห์แรกผ่านไปแล้วได้ผล

การคิดแบบนี้คือการวางแผนระบบแทนการพึ่งแรงฮึด เหมือนที่การเรียนรู้ที่ดีเริ่มจากการออกแบบเงื่อนไขของการลงมือ ก่อนจะหวังให้ใจมาช่วยเอง

อีกอย่างที่น่าลองคือย้อนมองว่าเป้าหมายที่เคยตั้งแล้วล้มไปนั้น เราตั้งตอนมีหมุดหมายหรือตั้งกลางสัปดาห์ที่ไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าเป็นอย่างหลัง อาจไม่ได้แปลว่าเป้าหมายไม่ดี แค่แปลว่ามันไม่ได้ถูกผูกกับช่วงเวลาที่สมองพร้อมเปิดหน้าใหม่

ถ้าต้องเลือกวันเริ่มเรื่องที่ผัดมานานภายในสองสัปดาห์นี้ วันไหนในชีวิตงานของเราที่รู้สึกเหมือนบทใหม่กำลังเริ่มพอดี