คนที่รู้เรื่อง AI มากกว่า กลับประเมินงานตัวเองคลาดเคลื่อนมากกว่า: งานวิจัยที่พลิกกลับ Dunning-Kruger
ถ้าถามว่าใครมักมั่นใจเกินจริงที่สุด คำตอบที่คนส่วนใหญ่คุ้นคือคนที่รู้น้อยที่สุด นี่คือแก่นของ Dunning-Kruger Effect ที่ถูกพูดถึงมานาน คือยิ่งทักษะต่ำยิ่งประเมินตัวเองสูงเกินจริง
แต่งานวิจัยจากนักวิจัยของ Aalto University ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Computers in Human Behavior เมื่อปลายปี 2025 พบรูปแบบที่กลับด้านเมื่อมี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อใช้ AI ช่วย ทุกคนมองว่าตัวเองทำได้ดีกว่าที่ทำจริง
งานวิจัยให้ผู้เข้าร่วมราว 500 คน แบ่งในสองการทดลอง ทำโจทย์การให้เหตุผลเชิงตรรกะจากข้อสอบ LSAT ครึ่งหนึ่งใช้ ChatGPT ช่วย อีกครึ่งไม่ใช้ ผลคือคนที่ใช้ AI ประเมินผลงานของตัวเองสูงเกินจริงโดยรวม
ส่วนที่ชวนคิดคือ รูปแบบ Dunning-Kruger หายไป คนที่ประเมินตัวเองว่ามีความรู้เรื่อง AI สูงกลับมั่นใจเกินจริงมากกว่า ไม่ใช่น้อยกว่า ตามที่นักวิจัยในทีมอธิบายว่าความรู้ที่สูงขึ้นมาพร้อมความมั่นใจที่สูงขึ้นแต่ไม่ได้พร้อมความแม่นยำในการประเมินตัวเอง
ผู้เขียนงานวิจัยยังสังเกตว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ถามคำถามเดียวต่อโจทย์หนึ่งข้อ แล้วรับคำตอบไปเลยโดยไม่ตรวจซ้ำ ซึ่งเรียกว่า cognitive offloading (การโยนภาระการคิดให้เครื่องมือ)
ความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือ ไม่ได้แปลว่าเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบ
ข้อสรุปที่ไม่ควรด่วนไปไกลคือ งานวิจัยนี้ทดสอบกับโจทย์ตรรกะในห้องทดลอง ไม่ใช่งานจริงในออฟฟิศ และไม่ได้บอกว่า AI ทำให้คนแย่ลง แต่บอกว่าความรู้สึกว่า “เรารู้ว่ากำลังทำอะไร” ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ เมื่อมีเครื่องมือที่ตอบลื่นไหลมาอยู่ระหว่างเรากับงาน
ลองดูคนที่ใช้ AI ร่างรายงานเก่งมาก เขารู้วิธีเขียนคำสั่ง รู้ว่าโมเดลไหนเหมาะกับงานแบบใด ความคล่องนี้ทำให้รู้สึกว่าควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ทักษะการใช้เครื่องมือกับทักษะการตรวจว่าผลลัพธ์ถูกหรือไม่ เป็นสองเรื่องที่ฝึกคนละอย่าง และถ้าไม่ได้ฝึกอย่างหลัง ความคล่องอย่างแรกอาจทำให้ข้ามการตรวจไปเรื่อย ๆ
ถามตัวเองก่อนส่งงานว่า “จุดไหนที่ถ้าผิดเราจะไม่รู้”
ทางออกไม่ใช่การเลิกใช้ AI แต่คือการสร้างจังหวะตรวจที่ไม่พึ่งความรู้สึก เริ่มจากการประเมินด้วยตัวเองก่อนเปิดดูคำตอบ แล้วเทียบกับผลที่ได้ เพื่อฝึกให้ความมั่นใจของเราตรงกับความจริงมากขึ้น
อีกทางคือก่อนส่งงานที่ AI ช่วยร่าง ให้ตั้งคำถามเดียว ว่าถ้าส่วนไหนของงานนี้ผิด จะเป็นส่วนที่เราไม่มีทางรู้เลยหรือเปล่า แล้วไปตรวจตรงนั้นก่อน ซึ่งมักเป็นตัวเลขที่เราไม่ได้คำนวณเอง ข้อกล่าวอ้างที่เราไม่เคยเห็นแหล่งที่มา หรือข้อสรุปที่ฟังลื่นเกินไป
ในระดับทีม หัวหน้าที่อยากให้คนใช้ AI อย่างมีคุณภาพ อาจเริ่มจากการถามทีมว่า “ส่วนไหนที่คุณตรวจเองแล้ว” แทนการถามว่า “ใช้ AI หรือเปล่า” เพราะคำถามแรกชวนให้คนทบทวนวิธีคิดของตัวเอง
ความมั่นใจเป็นความรู้สึก ส่วนความถูกต้องเป็นข้อเท็จจริง และเครื่องมือที่ทำให้งานลื่นขึ้นก็ทำให้สองอย่างนี้แยกจากกันง่ายขึ้นเช่นกัน