dots.academyทักษะเพื่อทำงานได้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
คลังบทความว่าด้วยการคิดและทักษะสำคัญของคนทำงาน
← กลับหน้ารวมบทความ
การพัฒนาตัวเอง & การเรียนรู้25 ต.ค. 2569

ขอเคล็ดลับจากรุ่นพี่ แล้วได้ “คำตอบ” กลับมา แต่สิ่งที่ควรเก็บคือ “วิธีคิดตอนนั้น”

“พี่ครับ ขอเคล็ดลับหน่อย พี่เจรจากับลูกค้ายากแบบนี้ได้ยังไง”

คำถามนี้ดูเหมือนขยันและถ่อมตัว และมักได้คำตอบกลับมาทันที เช่น “ก็ฟังเขาให้เยอะ ๆ แล้วอย่าเพิ่งรีบเสนอราคา” เราจดไว้ พยักหน้า แล้วเดินออกมาพร้อมความรู้สึกว่าได้อะไรกลับมา

แต่พอถึงวันที่เจอลูกค้ายากจริง ๆ ประโยคที่จดไว้กลับใช้ไม่ค่อยได้ เพราะลูกค้ารายนี้ไม่เหมือนรายที่พี่เคยเจอ

คำแนะนำเป็นผลลัพธ์ของการคิด ไม่ใช่ตัวการคิด

สิ่งที่รุ่นพี่ตอบมาคือข้อสรุปที่ผ่านการกลั่นมาแล้ว ข้างหลังประโยคสั้น ๆ นั้นมีการอ่านสถานการณ์ การตัดตัวเลือกบางอย่างทิ้ง และการชั่งน้ำหนักที่ไม่เคยถูกพูดออกมา คนที่ชำนาญมักอธิบายส่วนนี้ไม่ถนัด เพราะมันกลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว ผลคือสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาได้จึงเหลือแต่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง

เมื่อเรารับไปเฉพาะยอดนั้น เรามีกฎที่ใช้ได้กับสถานการณ์ที่เหมือนเดิมเป๊ะ แต่ไม่มีเครื่องมือสำหรับสถานการณ์ที่ต่างออกไปแม้นิดเดียว ซึ่งงานจริงมักเป็นแบบหลังเสมอ

ถามถึง “ตอนที่ตัดสินใจ” ได้ของที่ย้ายไปใช้ต่อได้มากกว่าถามถึง “สิ่งที่ได้ผล”

ลองเปลี่ยนคำถามเป็นสิ่งที่พาไปถึงกระบวนการคิดโดยตรง เช่น “ตอนนั้นพี่เห็นอะไรในห้องที่ทำให้ตัดสินใจไม่เสนอราคา” หรือ “มีทางอื่นที่พี่เคยคิดไว้แล้วตัดทิ้งไหม ตัดเพราะอะไร” หรือ “ถ้าลูกค้าตอบอีกแบบ พี่จะเปลี่ยนไปทำอะไร”

คำถามกลุ่มนี้ทำให้รุ่นพี่ต้องเล่าสัญญาณที่เขาจับ ทางเลือกที่เขาชั่ง และจุดที่เขาพร้อมเปลี่ยนแผน ซึ่งเป็นสามอย่างที่เรานำไปปรับใช้กับลูกค้ารายใหม่ได้จริง เพราะมันคือวิธีอ่านสถานการณ์ ไม่ใช่คำตอบของสถานการณ์

นักวิจัยด้านการเรียนรู้พูดถึงความต่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับมือใหม่มานาน โดยสรุปได้ว่าผู้เชี่ยวชาญมักมองเห็นโครงสร้างของปัญหา ในขณะที่มือใหม่มองเห็นรายละเอียดผิวเผิน การขอให้ผู้เชี่ยวชาญเล่าวิธีมองจึงเป็นการยืมสายตาของเขามาฝึก ไม่ใช่แค่ยืมคำตอบ

เรียนจากงานของคนอื่นได้ดีขึ้น เมื่อเราเดาก่อนว่าเขาจะทำอะไร

ถ้าอยากให้การเรียนจากรุ่นพี่ลึกขึ้นอีกขั้น มีวิธีที่ไม่ต้องใช้เวลาของเขาเพิ่ม คือก่อนไปดูเขาทำงานหรือก่อนอ่านงานที่เขาทำ ให้เขียนไว้ก่อนว่าถ้าเป็นเราจะทำอะไร แล้วเทียบกับที่เขาทำจริง

จุดที่ต่างกันคือจุดที่เราเรียนรู้ได้มากที่สุด เพราะมันบอกว่าเรามองข้ามอะไรไป การเทียบแบบนี้เปลี่ยนการดูเฉย ๆ ให้กลายเป็นการฝึกคิดที่มีคำตอบเทียบ

อีกข้อที่ควรระวังคือรุ่นพี่แต่ละคนมีบริบทของตัวเอง วิธีคิดที่เก็บมาจึงควรถูกทดลองใช้ในสถานการณ์ของเรา แล้วปรับ ไม่ใช่ลอกทั้งดุ้น

คำแนะนำที่ดีที่สุดที่เราได้รับ ไม่ใช่ประโยคที่เขาพูด แต่คือเหตุผลที่ทำให้เขาพูดประโยคนั้น และเราจะเริ่มเรียนรู้จริงเมื่อถามหาส่วนนั้น