เมื่อหัวหน้าเชื่อว่าโบนัสคือแรงจูงใจ แต่วันที่ดีที่สุดของลูกน้องมาจาก “ความคืบหน้าเล็ก ๆ”
บ่ายวันศุกร์ น้องในทีมปิดงานย่อยได้หนึ่งชิ้น ซึ่งเป็นแค่การแก้ตารางให้ตัวเลขสองหน้าตรงกัน ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครชม เขาปิดไฟล์แล้วเริ่มงานต่อไปเลย แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าเขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเหมือนเพิ่งปลดอะไรบางอย่างออกจากบ่า
ช่วงเวลาเล็กแบบนี้ไม่เคยอยู่ในรายงานผลงานของใคร แต่มีงานวิจัยที่ชี้ว่ามันคือเชื้อเพลิงสำคัญของทั้งสัปดาห์
วันทำงานที่ดีที่สุดมักมีเหตุการณ์ร่วมกันคือ “ได้ก้าวไปข้างหน้า”
Teresa Amabile และ Steven Kramer ติดตามพนักงานออฟฟิศ 238 คนใน 7 บริษัท ให้บันทึกไดอารีรายวันระหว่างโปรเจกต์ บางโปรเจกต์ยาวถึงเก้าเดือน รวมแล้วมีข้อมูลราว 12,000 บันทึก เมื่อวิเคราะห์พบว่าวันที่ดีที่สุดมีเหตุการณ์เด่นคือได้ความคืบหน้า และวันที่แย่ที่สุดมีเหตุการณ์เด่นคือเจออุปสรรค
ที่น่าสนใจคือ อุปสรรคส่งผลต่อสภาพจิตใจแรงกว่าความคืบหน้าราวสองถึงสามเท่า และเหตุการณ์เล็ก ๆ จำนวน 28% ก็มีผลต่อสภาพใจใกล้เคียงกับความสำเร็จก้อนใหญ่ ในขณะที่เงินเดือนและโบนัสแทบไม่ปรากฏในบันทึกเลย
ส่วนที่น่าคิดต่อสำหรับหัวหน้าคือ การสำรวจผู้จัดการ 669 คนในงานเดียวกัน พบว่าความคืบหน้าถูกจัดอันดับเป็นแรงจูงใจท้ายสุด มีเพียง 35 คน หรือราว 5% ที่จัดให้เป็นอันดับหนึ่ง
หัวหน้ามักประเมินแรงจูงใจจากสิ่งที่ตัวเองสั่งได้ ไม่ใช่สิ่งที่ลูกน้องรู้สึกจริง
เหตุที่หัวหน้าตอบแบบนั้นเข้าใจได้ เพราะโบนัส คำชม และการเลื่อนขั้นเป็นเครื่องมือที่อยู่ในมือ มองเห็น และวัดผลได้ ส่วนความคืบหน้าเป็นเรื่องที่เกิดในหัวของลูกน้องวันต่อวัน หัวหน้าไม่ค่อยเห็น จึงไม่ถูกนับเป็นเครื่องมือ
ผลคือเรามักออกแบบการพัฒนาคนจากสิ่งที่ตัวเองหยิบได้ แทนที่จะออกแบบจากสิ่งที่ส่งผลจริง เหมือนกับการเลือกส่งน้องไปเทรนเพราะจัดการง่าย ทั้งที่การเติบโตส่วนใหญ่เกิดจากงานที่ทำทุกวัน
งานของหัวหน้าคือเอาอุปสรรคออก และทำให้ความคืบหน้ามองเห็นได้
ถ้าข้อมูลบอกว่าอุปสรรคทำร้ายใจแรงกว่าความคืบหน้าให้กำลังใจหลายเท่า งานที่ให้ผลคุ้มที่สุดของหัวหน้าอาจไม่ใช่การเติมกำลังใจเพิ่ม แต่คือการสำรวจว่าอะไรกำลังขวางน้องอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอนุมัติที่ติดค้าง ข้อมูลที่ขอแล้วไม่ได้ หรือเป้าหมายที่เปลี่ยนไปโดยไม่มีใครบอก
อีกส่วนคือการทำให้ความคืบหน้ามองเห็นได้ งานก้อนใหญ่ที่ใช้เวลาหลายเดือนมักทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าไม่ขยับ ทั้งที่ขยับทุกวัน การหั่นงานเป็นหมุดหมายที่เห็นผลได้ในระดับสัปดาห์ และถามน้องว่า “สัปดาห์นี้อะไรขยับไปแล้วบ้าง” แทนที่จะถามแต่ว่า “เสร็จหรือยัง” ช่วยให้เขาเห็นสิ่งที่ตัวเองทำได้ และเป็นโอกาสให้หัวหน้าชวนคิดต่อว่าสิ่งที่ขยับนั้นเรียนรู้อะไร
ข้อควรระวังคือความคืบหน้าที่ว่าต้องเป็นงานที่มีความหมายกับเจ้าตัว ถ้าเป็นงานที่เขาไม่เห็นว่าไปเกี่ยวกับอะไร ต่อให้ปิดทีละชิ้นก็ไม่ช่วย หัวหน้าจึงต้องเล่าให้เห็นว่างานย่อยนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอะไร
สิ่งที่น้องรู้สึกในวันศุกร์บ่ายที่ปิดตารางสองหน้าได้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก และหัวหน้าที่เห็นมัน จะรู้ว่าต้องช่วยตรงไหนก่อนที่ใครจะมาขอ